Table of Contents
บริษัทของเราให้บริการที่ปรึกษากฎหมายดูแลลูกความในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ตั้งแต่องค์กรขนาดใหญ่ไปจนถึงกิจการเฉพาะทางต่างๆ สิ่งหนึ่งที่เราพบเจอและตระหนักอยู่เสมอคือ "วิกฤต" เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่มักจะมาเยือนโดยไม่ทันตั้งตัว โดยเฉพาะเหตุไม่คาดฝันอย่างอุบัติเหตุเพลิงไหม้
ดังเช่นเหตุการณ์ล่าสุด ทีมงานของเราได้รับสายด่วนจากลูกค้า แจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่สถานประกอบการ ทันทีที่ทราบเรื่องและได้รับการยืนยันว่าเปลวเพลิงถูกควบคุมจนสงบลงแล้ว สิ่งแรกที่บริษัทของเราตัดสินใจทำคือ การเร่งส่งทีมทนายความลงพื้นที่เกิดเหตุทันที (เมื่อสถานที่ได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย)
หลายคนอาจตั้งคำถามว่า เมื่อไฟดับลงแล้ว หน้าที่ก็น่าจะจบลงที่ "นักดับเพลิง" หรือหน่วยกู้ภัย แต่ในสถานการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นความวุ่นวายมาหมาดๆ ทำไมการรีบเรียก "ทนายความ" เข้าพื้นที่จึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน?

เมื่อไฟสงบ ทำไมทนายความจึงต้องรีบลงพื้นที่?
ทันทีที่เปลวไฟดับลง กระบวนการทางกฎหมาย การสืบสวน และการรักษาสิทธิประโยชน์ของธุรกิจจะเริ่มต้นขึ้นในวินาทีนั้น นี่คือเหตุผลที่ทีมทนายความต้องรีบเข้าไปดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด
- ร่วมสังเกตการณ์กับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานจะเข้ามาตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดเพื่อหาจุดก่อกำเนิดและสาเหตุของเพลิงไหม้ (เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร หรือความประมาท) การมีทนายความร่วมลงพื้นที่สังเกตการณ์ จะช่วยปกป้องสิทธิของลูกความ และช่วยให้เราเข้าใจทิศทางของรูปคดีหรือข้อสันนิษฐานเบื้องต้นตั้งแต่ต้นทาง
- ปกป้องสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยอย่างทันท่วงที ทนายความจะช่วยเร่งประสานงานกับตัวแทนบริษัทประกันภัยที่ลูกค้าได้ทำกรมธรรม์ไว้ เพื่อให้เข้ามาเก็บหลักฐานให้รวดเร็วและรัดกุมที่สุด การรวบรวมพยานหลักฐานที่ถูกต้องตั้งแต่จุดเริ่มต้น จะช่วยลดช่องโหว่และข้อโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้น ป้องกันไม่ให้ลูกค้าของเราเสียเปรียบหรือเกิดความเสียหายซ้ำซ้อนจากการถูกปฏิเสธความคุ้มครอง
ข้อควรระวัง แม้การเก็บหลักฐานจะสำคัญอย่างยิ่งยวด แต่บริษัทของเรายึดมั่นว่า ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ การเข้าพื้นที่เกิดเหตุของทีมทนายความและลูกค้า จะต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังสูงสุด และอยู่ภายใต้การควบคุมและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดเท่านั้น
✅ เช็กลิสต์ด่วน! สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำเมื่อเกิดเพลิงไหม้
หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องเร่งดำเนินการและพิจารณา มีดังนี้
- ประเมินความปลอดภัยของบุคคลเป็นอันดับแรก ตรวจสอบพนักงานและลูกค้าว่าปลอดภัยและอพยพออกมาครบถ้วนหรือไม่
- รักษาสภาพที่เกิดเหตุ ห้ามเคลื่อนย้ายสิ่งของหรือทำความสะอาดพื้นที่เด็ดขาด จนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและพิสูจน์หลักฐานจะตรวจสอบเสร็จสิ้น
- แจ้งบริษัทประกันภัยทันที เพื่อให้ส่งเจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหาย (Surveyor) ลงพื้นที่โดยเร็ว
- ติดต่อที่ปรึกษากฎหมาย/ทนายความ เพื่อรับคำแนะนำในการให้ข้อมูล การให้ปากคำ และปกป้องรูปคดี
- เตรียมเอกสารสำคัญ (หากนำออกมาได้หรือมีไฟล์สำรอง) เช่น กรมธรรม์ประกันภัย, ทะเบียนบ้าน, เอกสารสิทธิ์ที่ดิน หรือข้อมูลทางบัญชี เพื่อใช้ประกอบการเรียกร้องค่าสินไหม
☎️ เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินที่ควรรีบโทรเมื่อเกิดเหตุ
- 199 – แจ้งเหตุเพลิงไหม้ / ดับเพลิง
- 191 – แจ้งเหตุฉุกเฉิน / เหตุด่วนเหตุร้าย
- 1669 – สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (หากมีผู้บาดเจ็บ)
- เบอร์โทรคอลเซ็นเตอร์บริษัทประกันภัย ที่สถานประกอบการของท่านทำกรมธรรม์ไว้
- 020966564 – Legal Unit เพื่อการช่วยเหลือทางกฎหมายอย่างทันท่วงที
ท้ายที่สุดแล้ว... เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ สิ่งที่สำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใดคือ "สติ" ต้องพยายามอพยพผู้คนและระงับเหตุให้ไวที่สุด และเมื่อเปลวไฟสงบลง ลำดับต่อไปคือการพึ่งพาทีมงานมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทประกันภัยหรือที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อเข้าดูแล เยียวยา และจัดการความเสียหายที่เกิดขึ้นให้รัดกุมที่สุด เพื่อให้ธุรกิจของคุณสามารถลุกขึ้นและก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง




